สภาการพยาบาลเห็นด้วยกับความเห็นที่ปรากฏในโพสต์ข่าวเรื่อง "ผอ. แถลงขอโทษ เหตุคลิปหมอผ่าสมองโวย แจงผิดพลาดทางเทคนิค หมอหวังดีเกรงผู้ป่วยรอ เคลียร์ใจทุกฝ่ายแล้ว!" ในเพจ Nakhon Si Thammarat นครศรีธรรมราช
https://www.facebook.com/share/14nk6PUQdtX/?mibextid=wwXIfr
สภาการพยาบาลเห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความรุนแรงประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นในสถานที่ปฏิบัติงานระหว่างวิชาชีพหนึ่งที่กระทำต่ออีกวิชาชีพหนึ่ง และเป็นผู้ร่วมงาน ซึ่งควรให้เกียรติซึ่งกันและกัน ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในหน่วยงานใด การแถลงข่าวของโรงพยาบาลเป็นสิ่งที่ดีและควรกระทำ แต่นัยของการแถลงเป็นการแก้ต่างให้กับแพทย์ผู้กระทำความรุนแรงเท่านั้น มิได้มีการแสดงความเสียใจหรือขอโทษต่อพยาบาลผู้ถูกกระทำความรุนแรงแต่อย่างใด นับเป็นความไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง
สภาการพยาบาลจึงขอเรียกร้องให้ “แพทย์ผู้กระทำความรุนแรงดังกล่าว” ขอโทษต่อ “พยาบาลผู้ถูกกระทำ” ต่อหน้าสาธารณะด้วยสภาการพยาบาลยืนหยัด เคียงคู่พยาบาล เคียงข้างประชาชน และต่อต้านความรุนแรงทุกรูปแบบ“ผอ.รพ.มหาราชคอนฯ ” แถลงขอโทษเหตุคลิปร้อนหมอผ่าสมองโวยพยาบาลเดือด แจงผิดพลาดทางเทคนิค หมอหวังดีเกรงผู้ป่วยรอ ล่าสุดเคลียร์ใจทุกฝ่าย พร้อมบริการประชาชนจากกรณีที่โลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์คลิปร้อน แพทย์เฉพาะทางด้านประสาทศัลยศาสตร์ โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ตำหนิการทำงานของพยาบาลอย่างหนัก เนื่องจากไม่มีฟิล์มเอกซเรย์อยู่ในระบบ ทำให้ไม่สามารถวินิจฉัยโรคได้ ส่งผลให้ผู้ป่วยและญาติจำนวนมากต้องนั่งรออยู่ที่หน้าห้องเป็นระยะเวลายาวนาน ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเที่ยงของวานนี้ (8 กันยายน 2569)
ความคืบหน้าวันนี้ (9 กันยายน 2569) เวลา 13.30 น. ที่ห้องปฏิบัติราชการผู้อำนวยการ ผู้บริหารโรงพยาบาลนำโดย แพทย์หญิงจิรวรรณ อารยะพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ร่วมแถลงข่าวสรุปความว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่โรงพยาบาลฯ ย้ายข้อมูลภาพเอกซเรย์จาก Data center เก่า ไปยัง Data center ใหม่ โดยมีการย้ายข้อมูลตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งข้อมูลค่อนข้างละเอียด มีความจำเป็นต้องใช้เวลา ส่วนข้อมูลอื่นๆ เช่น ประวัติการรักษา ผลแล็บก็สามารถดูได้ตามปกติ หรือหากแพทย์ต้องการดูข้อมูลย้อนหลังมากกว่า 6 ปี ก็สามารถย้อนดูได้ผ่านระบบ Data Center เดิม และยืนยันว่าระบบไม่ได้ล่มแต่ประการใด
ทั้งนี้ จากคลิปร้อนดังกล่าว แพทย์มีเจตนาดี และเกรงใจ ไม่ต้องการให้ผู้ป่วยและญาติรอคอยยาวนานเกินไป จึงเกิดการตำหนิดังกล่าว ซึ่งล่าสุดทางโรงพยาบาลได้พูดคุยทำความเข้าใจต่อแพทย์ และบุคลากรเพื่อการทำงานที่ราบรื่นทุกฝ่าย ด้วยความตั้งใจบริการประชาชนอย่างเต็มที่และทั่วถึงต่อไป พร้อมขอโทษสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น