วันที่ 22 กันยายน 2569 ตัวแทนชมรมผู้ปฏิบัติงาน 15 ชมรม เข้าร่วมการประชุมกับคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา เพื่อหารือกรณีหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร (คปร) 1008.4/ว 21 ลงวันที่ 4 กันยายน 2569 เรื่อง การปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ ตามข้อเสนอของชมรมผู้ปฏิบัติงาน 15 ชมรม ที่ขอให้สำนักงาน ก.พ. พิจารณาทบทวนและยกเลิกหนังสือดังกล่าว โดยมีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อคณะกรรมาธิการฯ ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CA 429 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา และผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีตัวแทนชมรมผู้ปฏิบัติงาน 15 ชมรมเข้าร่วมประชุม ณ อาคารรัฐสภา 5 คน และประชุมออนไลน์ 10 คน โดยมี นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา (สว.) เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนายแพทย์วีระพันธ์ สุวรรณนามัย ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา และคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา เข้าร่วมประชุม
ในการประชุมครั้งนี้ มีนายแพทย์เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสนับสนุนบริการสุขภาพ) เข้าร่วมประชุมพร้อมทั้งตอบคำถามต่อคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา พร้อมด้วยรองเลขาธิการ ก.พ. เข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง และผู้แทนจากหน่วยงานและวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ
ประเด็นการหารือ ตัวแทนชมรมผู้ปฏิบัติงาน 15 ชมรมได้นำเสนอข้อมูลที่ครอบคลุมผลกระทบจากการชะลอการกำหนดตำแหน่ง โดยเฉพาะจำนวนและประเภทบุคลากร ตำแหน่ง และวิชาชีพที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงผู้ที่อยู่ระหว่างกระบวนการประเมินตามแผน 3 ปี ตลอดจนผลกระทบต่อความก้าวหน้าในการปฏิบัติงาน การบริหารกำลังคนด้านสุขภาพ ขวัญกำลังใจ การลาออกและการโอนย้ายบุคลากร ผลกระทบจากหนังสือ ว 21 ที่สร้างความเหลื่อมล้ำในผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในระบบสุขภาพ "ไม่คัดค้านนโยบายของรัฐบาล แต่ขอความเห็นใจคนหน้างาน ให้มีโอกาสก้าวหน้าตามผลงานที่ได้ตั้งใจปฏิบัติมา และไม่อยากเห็นภาพของการปฏิบัติที่มีความเหลื่อมล้ำ จาก ก.พ." โดยได้เสนอข้อเสนอในการแก้ปัญหา 3 ประเด็น คือ 1.ทบทวนมาตรการชะลอหนังสือ ว 21 2.ให้ บค.กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการตามแผนการกำหนดตำแหน่งตามกระบวนการเดิม ให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ 2569 ได้แก่ การเร่งรัดการดำเนินการในผู้ที่อยู่ในกระบวนการ ตามหนังสือ ว 19 การเร่งรัดการกำหนดตำแหน่งที่สูงขึ้นในพื้นที่ชายแดน ตามหนังสือที่สภาการพยาบาลยื่นต่อกระทรวงสาธารณสุข 3.วางระบบความก้าวหน้าทุกวิชาชีพ ให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม สอดคล้องกับภารกิจและบริบทพื้นที่
นายแพทย์เอกชัย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เสนอข้อมูลสถานการณ์กำลังคนของกระทรวงสาธารณสุข และเสนอกลไกเชิงโครงสร้างเพื่อรักษาเสถียรภาพระบบสุขภาพ ได้แก่ 1การกำหนดข้อยกเว้นเฉพาะบริการสุขภาพ โดยการแยก สธ. ออกจากกฎเกณฑ์ราชการทั่วไป การป้องกันตำแหน่งวิชาชีพหลัก อันเนื่องมาจากการขาดแคลนบุคลากรวิชาชีพสายสุขภาพในระบบ รวมมากกว่า 100,000 ราย 2.วางระบบการกระจายอำนาจสู่ภูมิภาค เกลี่ยอัตรากำลังและงบประมาณตามภาระงานจริง 3.เร่งรัดการจัดสรรตำแหน่งว่าง 4.ลดภาระงานโดยการใช้เทคโนโลยีมาช่วยงาน
ในที่ประชุม รองเลขาธิการ ก.พ. ได้ชี้แจงถึงเหตุจำเป็นในการออกหนังสือ ว 21 ซึ่งเป็นการสอดรับนโยบายของรัฐบาลในการปรับปรุงกำลังคนภาครัฐ ซึ่งมีผลต่อทุกวิชาชีพใน ก.พ. ทั้งนี้ ก.พ. จะนำข้อมูลจากที่ประชุมนี้ไปหารือในคณะทำงานของ ก.พ. อีกรอบ
ทั้งนี้ในที่ประชุม นายแพทย์ประพนธ์ พร้อมด้วยนายแพทย์วีระพันธ์ และคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สว. ได้อภิปรายให้รองเลขาธิการ ก.พ. ได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นของระบบสุขภาพในปัจจุบันที่ยังจำเป็นต้องมีบุคลากรที่มีประสบการณ์สูงในการดูแลสุขภาพประชาชนที่มีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น พร้อมตั้งคำถามกับรองเลขาธิการ ก.พ. ใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1. ระบบจะรักษากำลังคนสาธารณสุขไว้ได้อย่างไร ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ ภาระโรคมีความซับซ้อนขึ้น และความต้องการบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากเส้นทางความก้าวหน้าของบุคลากรถูกจำกัด 2.จะเยียวยาผู้ที่อยู่ระหว่างกระบวนการอย่างไร โดยเฉพาะผู้ที่ยื่นขอกำหนดตำแหน่งตาม ว 19 หรือกลุ่ม "ค้างท่อ" ซึ่งได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์เดิมไปแล้ว 3.จะกำหนดกรอบเวลาแก้ไขปัญหาเมื่อใด โดยขอให้สำนักงาน ก.พ. และกระทรวงสาธารณสุขจัดทำไทม์ไลน์ที่ชัดเจน พร้อมรายงานความคืบหน้าต่อคณะกรรมาธิการ