Welcome to Thai nursing time

คุณจิราภรณ์ พราหมณ์คล้ำ 062 619 7893 , คุณอมรรัตน์ ทัดดอกไม้ : 084 635 5414 6:00 AM - 10:00 PM (Mon-Fri)

กรมสุขภาพจิต ร่วมมือสมาคมป้องกันการฆ่าตัวตายไทยและกรุงเทพมหานครในงาน “Power to Live” เนื่องในวัน ป้องกันการฆ่าตัวตายโลก 2568 เสริมพลังใจ สร้างความหวัง ลดการสูญเสีย

จำนวนผู้เข้าชม : 322 ครั้ง

วานนี้ (5 กันยายน 68) กรมสุขภาพจิตจับมือสมาคมป้องกันการฆ่าตัวตายไทย กรุงเทพมหานคร และภาคีเครือข่าย จัดงาน “Power to Live” ที่ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ เนื่องในวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก 2568 เพื่อเสริมพลังใจ ความหวัง และตระหนักรู้ถึงคุณค่าของตนเอง พร้อมเผยปี 2567 มีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายกว่า 5,000 ราย หรือเฉลี่ยทุก 1 ชั่วโมงมีคนพยายามฆ่าตัวตาย 4 คน
นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว การจัดงาน “Power to Live” เนื่องในวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก 2568 (World Suicide Prevention Day 2025) จัดขึ้นที่ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ โดยความร่วมมือของสมาคมป้องกันการฆ่าตัวตายไทย
กรมสุขภาพจิต กรุงเทพมหานคร สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย เครือข่ายรณรงค์ป้องกันการฆ่าตัวตาย และนักศึกษาหลักสูตร TEN X4 ซึ่งนับเป็นการรวมพลังครั้งสำคัญของทุกภาคส่วนในการรณรงค์ให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของชีวิต เสริมสร้างกำลังใจ ความสุข และความหวัง พร้อมทั้งเรียนรู้ทักษะและวิธีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย เช่น
การเสวนา “สถานการณ์การฆ่าตัวตาย” “AI ช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้นอย่างไร” “เสริมพลังใจจากประสบการณ์จริง” และ “ความสุขในรั้วมหาวิทยาลัย” เพื่อให้สังคมเห็นว่า “ทุกชีวิตมีคุณค่า และทุกคนสามารถขอความช่วยเหลือได้” องค์การอนามัยโลกเคยระบุว่าเพียง 1 ชีวิตที่
จากไปด้วยการฆ่าตัวตาย ส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างอย่างน้อย 6 คน ทั้งพ่อแม่ คู่ครอง ญาติพี่น้อง และเพื่อนสนิท ซึ่งหลายคนเสี่ยงต่อการ
เกิดภาวะซึมเศร้า และอาจฆ่าตัวตายตาม ดังนั้นการรณรงค์ป้องกันจึงต้องครอบคลุมทั้งผู้ที่กำลังเผชิญวิกฤติและผู้ใกล้ชิด
นายแพทย์จุมภฏ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ข้อมูลสถิติปี 2567 พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายจำนวน 5,126 ราย คิดเป็น 7.89 ต่อแสนประชากร โดยกลุ่มวัยทำงานอายุ 20 – 59 ปีมีจำนวนสูงที่สุด 3,635 ราย รองลงมาคือผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 1,345 ราย วัยรุ่นอายุ 15 – 19 ปี 122 ราย และเด็กอายุ 5 – 14 ปี 24 ราย ส่วนอัตราการพยายามฆ่าตัวตายอยู่ที่ 49.42 ต่อแสนประชากร เฉลี่ยทุก ๆ
1 ชั่วโมงจะมีคนพยายามฆ่าตัวตายถึง 4 คน โดยกลุ่มวัยเรียน/วัยรุ่นอายุ 15 – 19 ปี เป็นกลุ่มที่มีอัตราการพยายามฆ่าตัวตายสูงที่สุดถึง
136.4 ต่อแสนประชากร โดยกรมสุขภาพจิตได้ขยายสายด่วนสุขภาพจิต 1323 จากเดิม 15 คู่สาย เป็น 60 คู่สาย โดยครอบคลุมการบริการ
ทั่วประเทศทุกพื้นที่ ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการพัฒนานวัตกรรม DMIND แอปพลิเคชันคัดกรองภาวะซึมเศร้าด้วย AI ที่สามารถประเมินภาวะเสี่ยงได้แม่นยำถึง 85% และเชื่อมโยงการช่วยเหลือฉุกเฉินผ่านระบบหมอพร้อม ซึ่งถูกนำมาใช้จริงแล้วกว่า 500,000 ครั้ง ปัญหาการฆ่าตัวตายจึงเป็นปัญหาที่ต้องการความร่วมมือจากทุกทุกองค์กร กรมสุขภาพจิตได้ดำเนินงานเชิงรุกผ่านทีมปฏิบัติการพิเศษป้องกันการฆ่าตัวตาย (Hope Task Force) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างบุคลากรสาธารณสุข ตำรวจ สื่อมวลชน และ Social Influencer เพื่อเข้าถึงผู้ที่มีความเสี่ยง การป้องกันการฆ่าตัวตายไม่ใช่เพียงแค่ช่วยผู้ที่คิดสั้นหรืออยู่ในภาวะซึมเศร้าเท่านั้น แต่ยังต้องให้การเยียวยาครอบครัวและคนใกล้ชิดของผู้ที่เสียชีวิต เพื่อให้ก้าวข้ามความสูญเสีย ลดความรู้สึกผิดและการตีตรา (Stigma) และกลับมามีพลังใจในการใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างเข้มแข็ง

6 กันยายน 2568

Recent Posts