Welcome to Thai nursing time
สระแก้ว – กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้ายกระดับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช (รพ.) ทั้ง 21 แห่ง สู่การเป็น "โรงพยาบาลต้นแบบแห่งความสุข" และ Smart Hospital เต็มรูปแบบ โดยเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้แก้ปัญหาการเข้าถึงบริการในพื้นที่ชนบท ซึ่งมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเห็นผลเป็นรูปธรรมแล้ว
วันนี้ (31 ตุลาคม 2568) ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการ การพัฒนาโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ครั้งที่ 27 ประจำปี 2568 ภายใต้หัวข้อ “ก้าวสู่ดิจิทัล ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง” (Embracing Digital Transformation : Adapting to Change) โดยมีคณะผู้บริหารและบุคลากรสาธารณสุขกว่า 400 คน เข้าร่วม
นายวรโชติ กล่าวว่า การพัฒนาระบบสุขภาพตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขให้ "ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน" นั้น การก้าวทันยุคดิจิทัลเป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทั้ง 21 แห่ง ถือเป็นกลไกสำคัญในการน้อมนำพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปฏิบัติสู่การเป็นโรงพยาบาลที่พึ่งพาของชุมชนอย่างแท้จริง
ผลการดำเนินการของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช (รพร.) ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับบริการทางการแพทย์และการบริหารจัดการนั้น แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมอย่างน่าพอใจ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาใน 3 มิติหลัก ดังต่อไปนี้
1. มิติการรักษาพยาบาลด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัย โรงพยาบาลได้นำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการรักษา โดยเฉพาะในด้านการคัดกรองและวินิจฉัยโรคเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ห่างไกล การคัดกรองโรคตาด้วย AI: มีการประยุกต์ใช้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการตรวจคัดกรองภาวะ เบาหวานขึ้นจอตา ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนสำคัญของผู้ป่วยเบาหวาน ระบบ AI มีความแม่นยำสูงในการวิเคราะห์ภาพจอประสาทตา ช่วยให้สามารถคัดกรองผู้ป่วยได้รวดเร็วและเป็นวงกว้างในระดับปฐมภูมิ ทำให้ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยและส่งต่อเพื่อรักษาได้ทันท่วงที ก่อนที่จะเกิดการสูญเสียการมองเห็น
นวัตกรรมด้านการผ่าตัด: มีการริเริ่มโครงการที่นำนวัตกรรม AI มาใช้สนับสนุนการบริการเฉพาะทาง เช่น โครงการผ่าตัดต้อกระจกด้วยนวัตกรรม “Optical AI” (ตัวอย่างเช่น ที่ รพร.ท่าบ่อ) ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพการผ่าตัดและเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ป่วย
2. มิติการบริหารจัดการภายในอัจฉริยะ เพื่อลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ และเพิ่มความรวดเร็วในการบริการประชาชน รพร. ได้พัฒนาระบบการบริหารจัดการโดยใช้ดิจิทัลเป็นกลไกหลัก ระบบโรงพยาบาลไร้กระดาษ (Paperless): มีการนำระบบ Paperless มาใช้ในการจัดการข้อมูล โดยเฉพาะในส่วนของผู้ป่วยใน (Inpatient Department - IPD) ซึ่งช่วยเปลี่ยนเอกสารกระดาษให้เป็น รูปแบบดิจิทัล (Digital Format) ส่งผลให้: ลดความผิดพลาดและความซ้ำซ้อน ของการบันทึกข้อมูล เพิ่มความรวดเร็ว ในการค้นหาและเข้าถึงประวัติสุขภาพของผู้ป่วย ลดการใช้ทรัพยากร กระดาษได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการเชื่อมโยงข้อมูลและบริการ: พัฒนาระบบสารสนเทศที่เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพและบริการต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ทำให้เกิดการบริหารจัดการที่เป็นระบบและสามารถติดตามการดำเนินงานได้อย่างชัดเจน
3. มิติการเป็นผู้นำด้านมาตรฐานและการเข้าถึงบริการ โดยโรงพยาบาลได้ดำรงบทบาทสำคัญในการเป็นผู้นำการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ และเป็นต้นแบบในการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการที่ทันสมัยได้อย่างเท่าเทียม
การแพทย์ทางไกล (Telemedicine): มีการขยายผลการใช้ระบบ Telemedicine เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลสามารถรับคำปรึกษา การวินิจฉัยเบื้องต้น และการติดตามอาการจากแพทย์ได้โดยไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาล ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการ ลดความแออัด ในโรงพยาบาล และเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการ
คลินิกอัจฉริยะ (Smart PCC): มีการจัดตั้ง ศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง หรือ คลินิกหมอครอบครัวอัจฉริยะ (Smart PCC) โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาอำนวยความสะดวก อาทิ การลงทะเบียนผ่านตู้ Kiosk และการวัดสัญญาณชีพด้วยเครื่องอัตโนมัติ ซึ่งเป็นด่านหน้าในการให้บริการสุขภาพปฐมภูมิที่ทันสมัย
การดำเนินการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชในการขับเคลื่อนสู่การเป็น Smart Hospital และเป็น โรงพยาบาลต้นแบบแห่งความสุข ที่ประชาชนในท้องถิ่นสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพและปลอดภัยได้อย่างแท้จริง