Welcome to Thai nursing time
นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน (กพฉ.) ครั้งที่ 11/2568 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบและเร่งรัดให้ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ดำเนินการ 3 โครงการหลัก เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมทั้งมีมติเกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้ และการกำหนดมาตรฐานคุณวุฒิฉุกเฉินการแพทย์
3 โครงการเร่งด่วนเพื่อพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน (EMS) ไทย
1. โครงการ “Give Life” ร่วมใจนำส่งต่ออวัยวะเพื่อชีวิตใหม่
การกำหนดแนวทางในการสนับสนุนการส่งต่ออวัยวะด้วยปฏิบัติการทางอากาศ/Airline และระบบขนส่งทางบก (HEMS/Airline) การเชื่อมโยงข้อมูลผ่าน NDEMS Platform โดยบูรณาการกับ สภากาชาดไทย องค์กรการกุศล กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนนโยบาย “เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ด้วยการแพทย์มูลค่าสูง”
2. โครงการ Super App. “ฉุกเฉินพลัส” (Emergency Plus)
รวมศูนย์ระบบ บุคลากร เทคโนโลยี เพื่อเป้าหมายในการช่วยชีวิตประชาชนไทยทุกคน ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมการประสานงานระหว่างประชาชน หน่วยกู้ชีพ โรงพยาบาล และหน่วยงานรัฐแบบไร้รอยต่อ เพื่อสนับสนุนนโยบาย “หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ เชื่อมต่อทุกบริการผ่านเทคโนโลยี”
3. โครงการเปิดระบบพิกัดอัตโนมัติ Advanced Mobile Location (AML)
เทคโนโลยีระบุตำแหน่งฉุกเฉินอัตโนมัติบนสมาร์ทโฟน เมื่อมีการโทรแจ้งเหตุไปยังหมายเลข 1669 หรือ 191 ระบบจะส่งพิกัดตำแหน่งผู้โทรไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุโดยอัตโนมัติ โครงการนี้สนับสนุนนโยบาย “หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ เชื่อมต่อทุกบริการผ่านเทคโนโลยี”
มติเสนอ ครม. เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเปิดใช้งาน AML
ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ สพฉ. เร่งดำเนินการนำเสนอ นายกรัฐมนตรี และ คณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาสั่งการโดยด่วนให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อดำเนินการให้ทันทีในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่กำลังประสบภัยพิบัติภาคใต้ ในประเด็นดังนี้:
1. ให้ประกาศระบบ Advanced Mobile Location (AML) เพื่อเปิดใช้งานในประเทศไทย
2. ให้ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลัก โดยมี กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)) เป็นหน่วยงานสนับสนุนการพัฒนาและจัดตั้งศูนย์กลางระบบเพื่อรองรับพิกัดอัตโนมัติ (AML) ของประเทศไทย (National AML Gateway)
3. ให้ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประสานผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายเชื่อมต่อระบบและให้บริการส่งข้อมูล AML โดยไม่คิดค่าบริการ (Zero-rated)
4. ให้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กสทช. สพฉ. เป็นตัวแทน "เจรจาอย่างเป็นทางการ" ในนามรัฐบาลไทยกับบริษัท Apple และ Google ให้เปิดใช้งานเทคโนโลยี AML บนระบบปฏิบัติการของตนเอง
5. ให้ สำนักงบประมาณ และ กสทช. สนับสนุนและจัดสรรงบประมาณเพื่อความยั่งยืน
มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้
ที่ประชุมรับทราบรายงานสถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้ และการดำเนินการของ สพฉ. และเห็นชอบขั้นตอนในการปฏิบัติการฉุกเฉินในสถานการณ์ฉุกเฉินและการเบิกค่าชดเชยที่อาจไม่เป็นไปตามขั้นตอนปกติ โดยขอให้ สพฉ. ดำเนินการอย่างรัดกุม และมีหลักฐานประกอบการดำเนินงาน และให้รายงาน กพฉ. เพื่อทราบโดยเร็ว