Welcome to Thai nursing time

คุณจิราภรณ์ พราหมณ์คล้ำ 062 619 7893 , คุณอมรรัตน์ ทัดดอกไม้ : 084 635 5414 6:00 AM - 10:00 PM (Mon-Fri)

"รมว.พัฒนา" เปิดเวทีหารือสุขภาพไต ชู “Kidney Health for All” ในการประชุมสมัชชาอนามัยโลก สมัยที่ 79

จำนวนผู้เข้าชม : 3 ครั้ง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และปลัดกระทรวงสาธารณสุข นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมประชุมสมัชชาอนามัยโลก สมัยที่ 79 วันที่ 3 หารือร่วมรัฐมนตรีสาธารณสุข 4 ประเทศ พร้อมเป็นเจ้าภาพร่วมเวทีกิจกรรมคู่ขนานว่าด้วยเรื่องสุขภาพไต ชูวิสัยทัศน์ “Kidney Health for All” “สุขภาพไตดีถ้วนหน้า” และร่วมแลกเปลี่ยนเรื่อง AI เพื่อสุขภาพ เน้นการมีธรรมาภิบาล และความเป็นธรรม

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นำคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมสมัชชาอนามัยโลก สมัยที่ 79 (79th World Health Assembly : WHA79) และกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เป็นวันที่ 3 โดยภารกิจวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ได้หารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีสาธารณสุขบังคลาเทศ เนปาล อินเดีย ศรีลังกา และได้เป็นเจ้าภาพร่วมในกิจกรรมคู่ขนานว่าด้วยเรื่องสุขภาพไต "The Global Patient Alliance for Kidney Health (GloPAKH)" นำเสนอวิสัยทัศน์และแนวทางการดำเนินงานด้านโรคไต ซึ่งประเทศไทยได้ขานรับมติองค์การอนามัยโลกที่กำหนดให้โรคไตเรื้อรัง หรือ CKD เป็นวาระสุขภาพระดับโลกที่จำเป็นต้องได้รับการขับเคลื่อนอย่างเร่งด่วนและประสานความร่วมมือกันในระดับสากล


 

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า ประเทศไทยดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ร่วมกัน คือ “Kidney Health for All” หรือ “สุขภาพไตดีถ้วนหน้า” โดยขับเคลื่อนระบบการดูแลโรคไตเรื้อรังครบวงจร ผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ 1) การสร้างความตระหนักรู้ในการป้องกันและคัดกรองโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคหัวใจและหลอดเลือด 2) การดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะยาวแบบบูรณาการสหสาขาวิชาชีพ รวมถึงการเชื่อมโยงการดูแลโรคหัวใจ ไต และเมตาบอลิกอย่างเป็นระบบ และ 3) การเพิ่มการเข้าถึงการบำบัดทดแทนไตภายใต้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ตามแนวคิด “การรักษาที่เหมาะสม สำหรับผู้ป่วยที่เหมาะสม ในเวลาที่เหมาะสม” ครอบคลุมการเข้าถึงการฟอกไต การดูแลประคับประคอง และการปลูกถ่ายไตอย่างทันท่วงที อีกทั้งยังเดินหน้า 2 โครงการสำคัญระดับชาติ ได้แก่ “โครงการคนไทย 7.2 ล้านคน รู้ค่าความเสี่ยงโรคไต" ส่งเสริมการคัดกรองและป้องกันโรคทั่วประเทศ ผ่านความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ เครือข่ายวิชาชีพ และภาคีสุขภาพ และ “การยกระดับการดูแลรักษาด้วยการบำบัดทดแทนไตอย่างครบวงจร” เพิ่มโอกาสเข้าถึงการปลูกถ่ายไตและการรักษาในพื้นที่ห่างไกลและพื้นที่เปราะบาง ซึ่งการป้องกันและชะลอการดำเนินโรคตั้งแต่ระยะต้น ไม่เพียงช่วยลดภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน แต่ยังเป็นการลงทุนด้านสุขภาพที่คุ้มค่าและยั่งยืนสำหรับระบบสาธารณสุขในระยะยาว


 

นายพัฒนา กล่าวอีกว่า ตนพร้อมคณะยังได้ร่วมกิจกรรม side event : Artificial Intelligence in Health : Laws, Ethical Oversight, Research and Equity แลกเปลี่ยนมุมมองด้าน “ปัญญาประดิษฐ์เพื่อสุขภาพ” โดยได้เน้นย้ำว่า นวัตกรรมจะต้องก้าวหน้าไปพร้อมกับกฎหมายที่ชัดเจน ระบบธรรมาภิบาลที่เหมาะสมและรากฐานทางจริยธรรมที่เข้มแข็ง ซึ่งการพัฒนา AI อย่างยั่งยืนในภาคสุขภาพจำเป็นต้องอาศัยหลายองค์ประกอบ ทั้งชุดข้อมูลสุขภาพที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และถูกนำมาใช้อย่างรับผิดชอบ, ศักยภาพในการพัฒนาแบบจำลอง AI, ความพร้อมของบุคลากรและผู้ใช้งาน, โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์, การวิจัย การนำไปใช้จริงในระบบบริการ รวมทั้งการติดตามผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่านวัตกรรมตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงของระบบสุขภาพ โดยต้องร่วมกันกำหนดอนาคต AI ในด้านสุขภาพบนพื้นฐานคุณลักษณะสำคัญ 3 ข้อ คือ นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนความก้าวหน้า, ธรรมาภิบาลที่สร้างความไว้วางใจ และความเป็นธรรมที่ทำให้มั่นใจว่า ไม่มีประเทศใด และไม่มีกลุ่มประชากรใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง


***********************21 พฤษภาคม 2569

Recent Posts