Welcome to Thai nursing time
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย, 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569 — ในปัจจุบันอายุขัยของประชากรที่ยืนยาวขึ้นและแนวโน้มกลุ่มผู้ป่วยที่มีอายุน้อยลงกำลังเข้ามาพลิกโฉมวงการผ่าตัดหัวใจ ส่งผลให้การตัดสินใจทางคลินิกต้องมองการณ์ไกลไปถึงผลลัพธ์ในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า ด้วยเหตุนี้ Edwards Lifesciencesผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมที่สำหรับโรคหัวใจเชิงโครงสร้าง (Structural Heart Disease) จึงได้จัดงานประชุมสุดยอด RESILIA Summit 2026 ณ กรุงเทพมหานคร โดยรวมตัวศัลยแพทย์หัวใจชั้นนำกว่า 120 ท่าน จาก 10ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางก้าวต่อไปของการดูแลรักษาผู้ป่วยผ่าตัดหัวใจ “งานประชุม RESILIA Summit ในครั้งนี้เป็นมากกว่าแค่การประชุมทางวิชาการแพทย์ทั่วไป เพราะนี่คือการหลอมรวมบุคลากรและชุมชนทางการแพทย์จากทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและผลักดันการดูแลรักษาผู้ป่วยในระยะยาวให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น” คุณ Amit Raheja รองประธานอาวุโส ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท Edwards Lifesciences กล่าว "ถือเป็นเกียรติและความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ในการส่งมอบเวทีการประชุมนี้ เพื่อให้ศัลยแพทย์ได้มาแบ่งปันประสบการณ์ตรงร่วมกัน พร้อมทั้งร่วมศึกษาค้นคว้าเพื่อนำหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการแพทย์มาช่วยขับเคลื่อนและแนวทางในการรักษาผู้ป่วยได้อย่างแท้จริง”
สืบเนื่องจากความสำเร็จของการประชุม RESILIA Summit 2025 ณ ประเทศอินเดีย การประชุมสุดยอดในปี 2026 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของ Edwards Lifesciences ในการสนับสนุนการศึกษาและผสานความร่วมมือทางคลินิกในระดับภูมิภาค งานประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ยกระดับมาตรฐานการผ่าตัดหัวใจ” (Raising the Bar in Cardiac Surgery) ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ แต่ยังร่วมตอกย้ำความสำเร็จครบรอบหนึ่งทศวรรษด้านความทนทานของเนื้อเยื่อ RESILIA™พร้อมทั้งมุ่งเน้นในเรื่องผลลัพธ์การรักษาในระยะยาวและการบริหารจัดการลิ้นหัวใจตลอดช่วงอายุขัยของผู้ป่วยทั่วทั้งภูมิภาค ซึ่งกำลังเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบันตลอดระยะเวลาสองวันของการประชุมที่ดำเนินไปอย่างเข้มข้น การอภิปรายมุ่งเน้นไปที่แกนหลักสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ความคงทนในระยะยาวอันเป็นรากฐานของการบริหารจัดการลิ้นหัวใจตลอดช่วงอายุขัยของผู้ป่วย, เทคนิคการผ่าตัดที่ช่วยรักษาทางเลือกสำหรับการรักษาในอนาคต และการตัดสินใจดูแลรักษาในทุกระยะของการดำเนินโรคอย่างต่อเนื่องและครบวงจร โดยเนื้อหาของการประชุมครอบคลุมทั้งโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติก (Aortic valve disease) และลิ้นหัวใจไมตรัล (Mitral valve disease) พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงแนวทางปฏิบัติทางการแพทย์ในภูมิภาคที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบรับกับกลุ่มผู้ป่วยที่มีพยาธิสภาพหรืออาการของโรคที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
ข้อมูลเชิงประจักษ์ระยะยาวสู่การพลิกโฉมการตัดสินใจผ่าตัดหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการประชุมสุดยอดในครั้งนี้ คือการเปิดเผยข้อมูลผลลัพธ์ระยะยาว 10 ปี จากการทดลองทางคลินิกCOMMENCE ควบคู่ไปกับประสบการณ์การใช้งานจริงทางคลินิก จากโปรแกรม MOMENTIS โดยในที่ประชุมได้ร่วมกันเจาะลึกถึงแนวทางที่ข้อมูลเชิงประจักษ์ในระยะยาวเหล่านี้ จะเข้ามามีส่วนช่วยในการตัดสินใจเลือกสรรลิ้นหัวใจเทียมชิ้นแรก และการวางกลยุทธ์ในขั้นตอนการผ่าตัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มผู้ป่วยที่มีอายุน้อย ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาและบริหารจัดการลิ้นหัวใจอย่างต่อเนื่องไปตลอดช่วงอายุขัย"ทุกข้อถกเถียงและการแลกเปลี่ยนที่เราพูดคุยกันในกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลิ้นหัวใจโลหะเทียบกับลิ้นหัวใจเนื้อเยื่อ, การซ่อมเทียบกับการเปลี่ยนลิ้นหัวใจ, หรือการมองแค่การผ่าตัดครั้งเดียวจบเทียบกับการวางแผนดูแลรักษาคนไข้ไปตลอดชีวิต ท้ายที่สุดแล้ว ล้วนกลับมาสู่คำถามสำคัญข้อเดียวกันเสมอ นั่นคือคำถามที่ว่าอะไรคือสิ่งที่จะมอบอนาคตที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ป่วย"นายแพทย์ทวีศักดิ์ โชติวัฒนพงษ์ จากสถาบันโรคทรวงอก ประเทศไทย กล่าว "เจตนารมณ์และความมุ่งมั่นร่วมกันคือสิ่งที่ทำให้งาน RESILIA Summit มีความพิเศษ และแตกต่างจากเวทีประชุมทางการแพทย์อื่น ๆ ในภูมิภาคของเรา"
จากข้อมูลเชิงประจักษ์ระยะยาวสู่ผลลัพธ์การรักษาในชีวิตจริงการอภิปรายต่าง ๆ ภายในงานประชุมสุดยอดครั้งนี้ได้ตอกย้ำให้เห็นว่า ข้อมูลเชิงประจักษ์ทางคลินิกในระยะยาวกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญยิ่งในการขับเคลื่อนและกำหนดทิศทางการตัดสินใจผ่าตัดของศัลยแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่ผู้ป่วยมีอายุขัยที่ยืนยาวขึ้น ซึ่งส่งผลให้มีแนวโน้มและความจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการทำหัตถการหรือการรักษาซ้ำตลอดช่วงอายุขัยเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วยข้อมูลจากการศึกษาทางคลินิก COMMENCE ระยะเวลา 10 ปี ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงผลลัพธ์ด้านความทนทานอันยอดเยี่ยมในระยะยาว สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยลิ้นหัวใจศัลยกรรมของ Edwards ที่ใช้เทคโนโลยีเนื้อเยื่อ RESILIA™ นอกจากนี้ การอภิปรายของคณะผู้เชี่ยวชาญยังได้เน้นย้ำว่า หลักฐานเชิงประจักษ์ในระยะยาวนี้ สามารถช่วยเป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจของศัลยแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นการสนับสนุนแนวทางการรักษาที่รอบคอบและมองการณ์ไกลยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์สูงสุดในการวางแผนดูแลรักษาผู้ป่วยไปตลอดชีวิต
การอภิปรายดังกล่าวสะท้อนภาพและมีมิติที่ชัดเจนยิ่งขึ้นผ่านประสบการณ์จริงของผู้ป่วยที่มาร่วมแบ่งปันเรื่องราวภายในงาน โดยผู้ป่วยวัย 61 ปีรายหนึ่งจากประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมเนื้อเยื่อ RESILIA™ มาตั้งแต่ปี2018 ได้เล่าถึงการกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างกระฉับกระเฉงและเต็มที่อีกครั้งในปัจจุบัน โดยในตอนนั้นเขาตัดสินใจเลือกใช้ลิ้นหัวใจเนื้อเยื่อเพื่อหลีกเลี่ยงความจำเป็นในการรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดในระยะยาว ขณะที่ผู้ป่วยอีกรายจากประเทศไทยได้ร่วมแชร์ว่า ปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกวิธีรักษาของเธอคือการมองหาทางเลือกที่ช่วยลดโอกาสในการต้องกลับมาผ่าตัดซ้ำให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งช่วยให้เธอสามารถใช้ชีวิตเพื่อดูแลครอบครัวต่อไปได้อย่างแข็งแรงในทุกวันนี้“สิ่งที่เรากำลังเห็นทั่วทั้งภูมิภาคในตอนนี้ คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวิธีคิดของศัลยแพทย์ เกี่ยวกับการวางแผนดูแลรักษาคนไข้ไปตลอดชีวิต" Prof Dato’ Seri Dr. Jeffrey Jeswant Dillon แพทย์ที่ปรึกษาอาวุโส ด้านศัลยศาสตร์หัวใจและทรวงอก แห่งสถาบันโรคหัวใจแห่งชาติมาเลเซีย กล่าว"อายุการใช้งานของลิ้นหัวใจคือจุดเริ่มต้นและเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจเลือกวิธีรักษา และเวทีสัมมนาอย่างเช่นวันนี้จะเป็นพื้นที่ในการส่งต่อและขยายแนวคิดนี้ออกไปในวงกว้าง”“ข้อมูลผลลัพธ์ในระยะ 10 ปีที่มีการติดตามผลอย่างยาวนานขนาดนี้ถือเป็นสิ่งที่หาได้ยากมากในแวดวงศัลยศาสตร์หัวใจ” Dr. Vinayak (Vinnie) Dapat ประธานศัลยศาสตร์ทรวงอกและหัวใจ แห่งศูนย์วิทยาศาสตร์ลิ้นหัวใจ สถาบันโรคหัวใจ Allina Health Minneapolis จากสหรัฐอเมริกา กล่าวเสริม "เกณฑ์มาตรฐานด้านความทนทานเหล่านี้ ส่งผลสำคัญอย่างแท้จริงต่อวิธีที่พวกเราใช้ในการประเมินและแบ่งกลุ่มความเสี่ยงของผู้ป่วย รวมถึงการจัดลำดับก่อนหลังของขั้นตอนการรักษา ไปตลอดช่วงชีวิตของพวกเขา”
มรดกแห่งความร่วมมือและการสร้างสรรค์นวัตกรรม Edwards Lifesciences ได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการขับเคลื่อนและยกระดับการดูแลรักษาโรคหัวใจ ผ่านนวัตกรรมที่มุ่งเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง เป็นเวลากว่า6 ทศวรรษ ดังนั้นการประชุมสุดยอด RESILIA Summit 2026ในครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการขับเคลื่อนความร่วมมือระดับภูมิภาค ส่งเสริมแนวทางปฏิบัติทางการแพทย์ที่อ้างอิงข้อมูลเชิงประจักษ์ทางคลินิก และสนับสนุนการยกระดับผลลัพธ์การรักษาในระยะยาวให้ดียิ่งขึ้น เพื่อผู้ป่วยทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก "งานประชุม RESILIA Summit 2026 ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันยอดเยี่ยมอย่างยิ่งในการได้แลกเปลี่ยนมุมมองโดยตรงกับเหล่าผู้เชี่ยวชาญชั้นนำด้านโรคหัวใจและศัลยศาสตร์หัวใจทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก" Dr. Andrew Newcomb ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรอยัล เมลเบิร์น กล่าว "การที่ผู้เชี่ยวชาญทางคลินิกระดับแนวหน้ามารวมตัวกันมากขนาดนี้ ได้ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ทรงพลัง ซึ่งเปิดโอกาสให้เราได้แบ่งปันทั้งประสบการณ์ หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมการผ่าตัดร่วมกัน ก่อนจะนำสิ่งเหล่านี้ไปต่อยอดให้เกิดการพัฒนาที่เป็นรูปธรรมและมีความหมายต่อการดูแลรักษาผู้ป่วยต่อไป” Edwards Lifesciences ขอแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อบรรดาศัลยแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่าน ที่ได้สละเวลา ตลอดจนร่วมแบ่งปันความเชี่ยวชาญและมุมมองอันมีค่าในการประชุมสุดยอดประจำปีนี้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการขับเคลื่อนนวัตกรรมให้ก้าวหน้า เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยโรคโครงสร้างหัวใจจำนวนมากขึ้นจะสามารถเข้าถึงการดูแลรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมได้ในเวลาที่ต้องการอย่างแท้จริง
ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น โดยไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ การส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ หรือการข้อแนะนำสำหรับแนวทางการรักษา อุปกรณ์ หรือแนวปฏิบัติทางคลินิกเฉพาะเจาะจงใด ๆ ทั้งสิ้น ข้อมูลที่นำเสนอในเอกสารฉบับนี้เป็นสิ่งที่สะท้อนจากการอภิปรายและมุมมองร่วมกันของบุคลากรทางการแพทย์อิสระในระหว่างงานเสวนาทางวิชาการ จึงไม่ควรนำไปตีความว่าเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ที่ได้รับการรับรองสำหรับนำไปปรับใช้กับผู้ป่วยทุกราย
จากซ้ายไปขวา: คุณ Amit Raheja รองประธานอาวุโส ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท Edwards Lifesciences, Dr. Vinayak (Vinnie) Dapat ประธานศัลยศาสตร์ทรวงอกและหัวใจ แห่งศูนย์วิทยาศาสตร์ลิ้นหัวใจ สถาบันโรคหัวใจ Allina Health Minneapolis จากสหรัฐอเมริกา, นายแพทย์ทวีศักดิ์ โชติวัฒนพงษ์ จากสถาบันโรคทรวงอก ประเทศไทย, Prof Dato’ Seri Dr. Jeffrey Jeswant Dillon แพทย์ที่ปรึกษาอาวุโส ด้านศัลยศาสตร์หัวใจและทรวงอก แห่งสถาบันโรคหัวใจแห่งชาติมาเลเซีย, Dr. Andrew Newcomb ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรอยัล เมลเบิร์น, Dr. Gopichand Mannam จากโรงพยาบาลยโชดา เมืองไฮเดอราบาด ประเทศอินเดีย และDr. Vikram Jaisinghani ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ บริษัทEdwards Lifesciences