ความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาวิกฤตขาดแคลนพยาบาลวิชาชีพ ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน ล่าสุด นพ.สุภโชค เวชภัณฑ์เภสัช หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขยืนยันถึงมาตรการเร่งด่วนในการรักษาบุคลากรให้อยู่ในระบบภาครัฐ โดยการเร่งรัดบรรจุพยาบาลวิชาชีพเป็นข้าราชการจากอัตราว่างเดิมจำนวน 4,252 อัตรา ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569 ซึ่งขณะนี้การดำเนินการมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 40 นอกจากนี้กระทรวงฯ ยังอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับสำนักงาน ก.พ. เพื่อขอจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่อีก 8,642 อัตรา เพื่อสร้างความมั่นคงในวิชาชีพและลดสัดส่วนลูกจ้างชั่วคราวอย่างเป็นรูปธรรม
ในส่วนของกระแสการรับสมัคร "อาสาพยาบาลชุมชน" หรือ อสพ. จำนวน 7,256 อัตรา ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงเพื่อความเข้าใจที่ตรงกันว่า อสพ. ไม่ใช่การสร้างวิชาชีพใหม่และไม่ใช่การปฏิบัติงานทดแทนพยาบาลวิชาชีพ แต่เป็นกลไกการเติมเต็มกำลังเสริมในทีมสุขภาพเพื่อดูแล 4 กลุ่มเป้าหมายสำคัญในชุมชน ได้แก่ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้ป่วยกลุ่มโรค NCDs แม่และเด็ก รวมถึงผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติด โดยกระทรวงฯ ได้กำหนดระบบการคัดเลือกผ่านคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดที่เน้นความโปร่งใสและคุณภาพ โดยผู้ที่มีผลการประเมินอยู่ใน 10% แรกจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เช่น โอกาสในการศึกษาต่อสาขาพยาบาล
แม้ความเคลื่อนไหวในวันนี้จะสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหารในการขับเคลื่อนนโยบายเพื่ออุดช่องว่างการบริการทั้งในระบบโรงพยาบาลและชุมชน แต่โจทย์ใหญ่ที่คนในแวดวงพยาบาลยังคงเฝ้าติดตามคือประสิทธิผลจากการดำเนินงานจริง ว่าจะสามารถลดภาระงานและเพิ่มค่าตอบแทนที่สอดคล้องกับความรับผิดชอบได้เพียงใด ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าความพยายามในการจัดสรรกำลังคนครั้งนี้ จะช่วยรักษาบุคลากรให้อยู่ในระบบสาธารณสุขไทยได้อย่างยั่งยืนหรือไม่