Welcome to Thai nursing time

คุณจิราภรณ์ พราหมณ์คล้ำ 062 619 7893 , คุณอมรรัตน์ ทัดดอกไม้ : 084 635 5414 6:00 AM - 10:00 PM (Mon-Fri)

ก้าวสำคัญของนวัตกรรมยาจิตเวช: ส่องเทรนด์ "ยาเม็ดละลายในปาก" อาวุธใหม่ในการดูแลผู้ป่วยซึมเศร้า

จำนวนผู้เข้าชม : 9 ครั้ง

ในแวดวงการรักษาพยาบาลและสาธารณสุขยุคปัจจุบัน การบริหารยารักษาโรคระบบประสาทและจิตเวช โดยเฉพาะโรคซึมเศร้า (MDD) กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โจทย์ใหญ่ที่บุคลากรทางการแพทย์ต้องเผชิญอยู่เสมอคือ ทำอย่างไรให้ผู้ป่วยได้รับยาอย่างครบถ้วน ต่อเนื่อง และลดอัตราการปฏิเสธยา นวัตกรรม “ยาเม็ดละลายในปาก” หรือ “ยาเม็ดแตกตัวในช่องปาก” (Orally Disintegrating Tablets: ODT) จึงก้าวเข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการพยาบาลผู้ป่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ

ข้อได้เปรียบที่เด่นชัดของยารูปแบบ ODT ในมิติทางการพยาบาล คือการแก้ปัญหาผู้ป่วยแอบคายยาหรือกลืนยาลำบาก (Dysphagia) เนื่องจากตัวยาสามารถแตกตัวได้ทันทีเมื่อสัมผัสกับน้ำลายในช่องปาก โดยไม่ต้องดื่มน้ำตาม ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ป่วยได้รับยาเข้าสู่ร่างกายจริง ช่วยลดความตึงเครียดในการปฏิบัติงานของพยาบาลในตึกผู้ป่วยจิตเวชได้อย่างมาก

เมื่อหันมามองความเคลื่อนไหวในระดับสากล ล่าสุดแวดวงวิจัยกำลังจับตามองความสำเร็จในการทดลองเฟส 3 โครงการ Emerge ของยา DT120 (lysergide tartrate) จากบริษัท Definium Therapeutics ซึ่งเป็นยาเม็ดละลายในปากที่มีพื้นฐานมาจากสารไซเคเดลิก (LSD-based) โดยผลการศึกษาชี้ให้เห็นถึงความสามารถในการลดอาการซึมเศร้าได้อย่างรวดเร็วและโดดเด่นตั้งแต่วันที่ 7 ของการรักษา ทั้งยังคงประสิทธิภาพที่ยาวนานถึงสัปดาห์ที่ 12 จากการบริหารยาเพียงโดสเดียว นอกจากนี้ ยา DT120 ยังมีความปลอดภัยสูง โดย 99% ของเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จัดอยู่ในระดับไม่รุนแรงถึงปานกลาง และไม่มีผู้ป่วยรายใดมีความคิดฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น


 ความสำเร็จนี้ทำให้ Definium เดินหน้าทดลองระยะสุดท้ายต่อในโครงการ Ascend เพื่อศึกษาขนาดของยาที่แตกต่างกัน รวมถึงขยายผลสู่การรักษาโรควิตกกังวลทั่วไป (GAD) ในโครงการ Panorama และ Voyage ซึ่งคาดว่าจะรายงานผลได้ในไตรมาส 3 ของปี 2026 อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าความท้าทายสำคัญของยานวัตกรรมโดสเดียวนี้คือ เรื่อง "ราคา" ที่อาจสูงกว่ายาเดิมในตลาด ทำให้อาจต้องสงวนไว้สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและดื้อยาต้านเศร้าชนิดอื่นมาแล้วอย่างน้อย 2 ชนิด รวมถึงประเด็นความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงระบบสาธารณสุข ซึ่งทางบริษัทกำลังเร่งวางแผนร่วมกับช่องทางประกันสุขภาพและการเบิกจ่าย เพื่อให้ผู้ป่วยทุกกลุ่มเข้าถึงยาได้หากได้รับการอนุมัติในอนาคต


Analysts point to Definium psychedelic’s MDD efficacy on Phase III success - Clinical Trials Arena

สำหรับบริบทในประเทศไทย ปัจจุบันเริ่มมีการใช้ยารูปแบบละลายในปากในกลุ่มโรคซึมเศร้าและจิตเวชที่เกี่ยวข้องอย่างแพร่หลายในสถานพยาบาล โดยมีบริษัทยักษ์ใหญ่และหน่วยงานรัฐเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก เช่น ยาต้านเศร้ากลุ่มหลักอย่าง Mirtazapine (เช่น Remeron SolTab จาก Organon) และ Sertraline (เช่น Zoloft ODT จาก Viatris) รวมถึงยากลุ่มปรับปรุงอารมณ์ที่นำมาใช้ร่วมรักษาอย่าง Aripiprazole (เช่น Abilify Discmelt จาก Otsuka) และ Olanzapine ซึ่งมีทั้งยานำเข้า (Zyprexa Zydis จาก Eli Lilly) และยาชื่อสามัญที่ผลิตโดยโรงงานไทยอย่างองค์การเภสัชกรรม (Zolan GPO) ในขณะที่กลุ่มบริษัทด้านสุขภาพในไทยอย่าง บี.กริม เภสัชกรรม (B.Grimm Pharma) แม้จะยังไม่มีรูปแบบเม็ดละลายในปากในเซกเมนต์นี้ แต่ก็มีการทำตลาดในรูปแบบเม็ดกลืนทั่วไปอย่างต่อเนื่อง

การเปลี่ยนผ่านจากยาเม็ดกลืนแบบเดิมสู่นวัตกรรมเม็ดละลายในปาก ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของเทคโนโลยีเภสัชกรรมเท่านั้น แต่คือเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมการพยาบาลให้มีความปลอดภัย แม่นยำ และสร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ ในการวางแผนการดูแลผู้ป่วยจิตเวชให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

Recent Posts