หน้าแรก   |   ข่าวสารพยาบาล

การขับเคลื่อนความก้าวหน้าวิชาชีพการพยาบาล: พลังสำคัญสู่ความยั่งยืนของระบบสุขภาพไทย

จำนวนผู้เข้าชม : 17 ครั้ง


เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุมสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เกิดการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของแวดวงสาธารณสุขไทย โดยคณะผู้แทนจากสภาการพยาบาล นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ทัศนา บุญทอง นายกสภาการพยาบาล พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิระดับแถวหน้า อาทิ ศาสตราจารย์ ดร.ศิริอร สินธุ นายกสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ และคณะผู้บริหารสภาการพยาบาล ได้เข้าพบและนำเสนอข้อมูลเชิงลึกต่อ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อวางรากฐาน "แนวทางการส่งเสริมความก้าวหน้าของพยาบาลวิชาชีพ" ซึ่งข้อมูลชุดนี้จะเป็นสาระสำคัญในการตอบกระทู้ถามต่อที่ประชุมวุฒิสภาเพื่อผลักดันเป็นนโยบายระดับชาติต่อไป


 

การนำเสนอในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเพื่อธำรงรักษาบุคลากรด่านหน้า โดยมีข้อเสนอแนะที่น่าสนใจ 3 ประเด็นหลักคือ


ประการแรกคือการเร่งสร้างความมั่นคงในอาชีพด้วยการสนับสนุนให้บรรจุพยาบาลวิชาชีพเข้าเป็นข้าราชการทันที โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังคงจ้างงานด้วยรูปแบบอื่นซึ่งมีจำนวนมากกว่า 17,000 คน โดยเสนอให้ปลดล็อกเงื่อนไขเดิมที่ต้องรอตำแหน่งว่างจากการเกษียณอายุ พร้อมทั้งเสนอให้ขยายอัตราข้าราชการเพิ่มขึ้นอีก 25,000 ตำแหน่ง เพื่อให้จำนวนพยาบาลที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญสอดรับกับความต้องการด้านสุขภาพของประชาชนที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน


ประการต่อมาคือการเปิดโอกาสให้เกิดความก้าวหน้าในสายงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยสภาการพยาบาลผลักดันให้พยาบาลวิชาชีพสามารถเลื่อนระดับไปสู่ตำแหน่ง "ชำนาญการพิเศษ" ได้ในทุกตำแหน่งงานแบบเลื่อนไหล เพื่อสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาศักยภาพตนเองและตอบแทนประสบการณ์การทำงานที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน


ประการสุดท้ายคือการยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างรอบด้าน ผ่านการกำหนดค่าตอบแทนที่สะท้อนถึงภาระงานและความเสี่ยงอย่างเป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน เงิน พ.ต.ส. ค่าเวร และค่าล่วงเวลา รวมถึงการจัดสวัสดิการที่เหมาะสมและเข้มงวดในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยระหว่างการปฏิบัติหน้าที่


สภาการพยาบาลย้ำชัดว่า วิกฤตการขาดแคลนพยาบาลและความติดขัดในเส้นทางอาชีพไม่ใช่เพียงปัญหาของคนในวิชาชีพเท่านั้น แต่คือวิกฤตของระบบสุขภาพไทยในภาพรวม เพราะพยาบาลคือ "ฟันเฟืองสำคัญ" ที่ขับเคลื่อนการดูแลสุขภาวะของคนในประเทศ หากพยาบาลมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความมั่นคง ย่อมส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการรักษาที่ประชาชนจะได้รับ การลงทุนในการผลิตบุคลากรและการรักษาพยาบาลให้อยู่ในระบบจึงถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดเพื่อความมั่นคงทางสาธารณสุขของประเทศไทยในระยะยาว


 

Recent Posts