หน้าแรก   |   ข่าวสารพยาบาล

"ไม่ได้เริ่มจากความฝัน แต่เกิดจากความผูกพัน" บทสัมภาษณ์พิเศษ เรื่องราวการทำงานของ "อาจารย์ต้อย"

จำนวนผู้เข้าชม : 18 ครั้ง


ความผูกพันในทุกวันที่ได้ลงมือทำ คือจุดเริ่มต้นเส้นทางชีวิตของประธานชมรมพยาบาลเกษียณแห่งประเทศไทย  ดร.ธีรพร สถิรอังกูร "อาจารย์ต้อย"  (อดีตพยาบาลวิชาชีพทรงคุณวุฒิ กระทรวงสาธารณสุข)  

ย้อนกลับไปหลังเรียนจบและใช้ทุนที่โรงพยาบาลเลิดสิน 4 ปี จุดเปลี่ยนสำคัญที่นำไปสู่สายงานวิชาการคือการก้าวสู่ "กองการพยาบาล" ซึ่งทำให้ท่านตระหนักถึงพลังของการขับเคลื่อนนโยบายและมาตรฐานวิชาชีพ โดยมี อาจารย์ ดร.วรรณวิไล จันทราภา อดีตผู้อำนวยการกองการพยาบาล เป็นบุคคลต้นแบบในการอุทิศตน ขับเคลื่อนระดับประเทศจนเกิดผลงานเป็นที่ประจักษ์ในวงการวิชาชีพ คือการจัดทำมาตรฐานและระบบประกันคุณภาพการพยาบาล อาจารย์ต้อยทุ่มเทและขับเคลื่อนงานต่อ อีกทั้งเป็นแกนนำในการผลักดันโครงสร้าง ตำแหน่ง ความก้าวหน้า และค่าตอบแทนของพยาบาลมาอย่างต่อเนื่อง แม้ผลลัพธ์ในปัจจุบันอาจยังไม่เป็นไปตามความคาดหวังของหลายฝ่าย แต่ท่านไม่เคยหยุดพัฒนาเพื่อยกระดับวิชาชีพและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนทำงาน อีกทั้งยังยินดีรับฟังทุกมุมมองด้วยความเข้าใจและพร้อมเปิดใจรับฟังกระแสเสียงจากหน้างาน เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการปรับปรุงและขับเคลื่อนวิชาชีพให้ดียิ่งขึ้น

ชีวิตหลังเกษียณราชการของอาจารย์ต้อย ไม่ได้จบลงที่การพักผ่อนอยู่บ้าน ท่านเลือกใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมาทั้งชีวิต ทำงานต่อในฐานะประธานชมรมพยาบาลเกษียณแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัยและแรงสนับสนุนคอยช่วยเหลือพี่น้องพยาบาลทุกคน เพราะเชื่อว่าการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมจะช่วยสร้างคุณค่าและส่งเสริมสุขภาพที่ดีด้วย ชมรมนี้เริ่มต้นมาได้ปีกว่าจากจุดประกายช่วงวิกฤตการณ์โควิด-19 ที่พบว่าพี่ๆ พยาบาลเกษียณเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงและพร้อมเป็นอาสาสมัครเข้ามาช่วยระบบบริการสุขภาพ เช่น การให้บริการฉีดวัคซีน แม้จะพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ประจำแล้วก็ตาม

ภายใต้การนำของ  อาจารย์ต้อย  ชมรมมุ่งมั่นที่จะเป็นตัวแทนประสานงานกับภาครัฐเพื่อจัดระบบการจ้างงานพยาบาลเกษียณที่เหมาะสม เป็นธรรม และไม่เหนื่อยล้าจนเกินไป โดยนำความรู้และประสบการณ์อันทรงคุณค่าไปช่วยแบ่งเบาภาระงานให้พยาบาลรุ่นน้อง ยามวิกฤตขาดแคลนกำลังคน พยาบาลเกษียณอายุถือเป็นกลุ่มบุคลากรที่มีคลังความรู้แน่น มีความเชี่ยวชาญสูง และพร้อมทำหน้าที่ให้ข้อมูล คำแนะนำ รวมถึงเป็นที่ปรึกษาด้านสุขภาพได้อย่างดีเยี่ยม โดยสามารถเข้าไปช่วยเสริมระบบบริการภาครัฐ ทั้งงานพยาบาลชุมชน งานบริการผู้ป่วยนอก และคลินิกให้คำปรึกษาเฉพาะทางที่ต้องใช้เวลาและทักษะความชำนาญสูง เช่น คลินิกนมแม่ การดูแลแบบประคับประคอง การดูแลผู้ป่วยโรคไต และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างเบาหวานและความดัน ส่วนในภาคเอกชน ก็มีแผนเข้าไปดูแลสุขภาพในโรงเรียนและในสถานประกอบการหรือโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ  ซึ่งชมรมเตรียมจัดประชุมวิชาการเพื่อต่อยอดความรู้เรื่องระบบการดูแลสุขภาวะคนในวัยแรงงานให้พร้อมก่อนลงหน้างานจริง

ที่ผ่านมาชมรมได้ดำเนินโครงการจัดประชุมวิชาการไปแล้ว 2 ครั้ง เพื่อสร้างทางเลือกชีวิตหลังเกษียณ ทั้งการให้องค์ความรู้เรื่องการเป็นเจ้าของกิจการบริการสุขภาพ  การเปิดคลินิกการพยาบาล การจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ  และการเปิดโรงเรียนสอนผู้ดูแลจาก "นโยบายอาสาพยาบาล" น่าจะเติมเป็น “นโยบายอาสาพยาบาล + พยาบาลอาสา” ให้พยาบาลเกษียณเป็น “พยาบาลอาสา” ที่ไปช่วยดูแล กำกับ “อาสาพยาบาล” โดยทางเราวางแผนสำรวจข้อมูลพยาบาลเกษียณที่พำนักอยู่ตามชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อประเมินจำนวนและความประสงค์ในการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากในแต่ละปี เฉพาะในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขมีผู้เกษียณอายุเฉลี่ยสูงถึงปีละ กว่า 1,000 คน การรวมพลังนี้จึงเป็นกำลังเสริมที่ช่วยสนับสนุนงานของภาครัฐและเอกชนได้เป็นอย่างดี   

ปัจจุบันชมรมเปิดกว้างต้อนรับทั้งพยาบาลเกษียณอายุและผู้ที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนวิชาชีพ โดยมีค่าลงทะเบียนบำรุงสมาชิกตลอดชีพ 300 บาท สมัครได้ที่  retirednurseclub@gmail.com  https://www.facebook.com/retirednurseclub/

Recent Posts